ช่วงวันที่ 3-4 พ.ย.55 ทางกลุ่มแต่งแต้มฝันได้มีโอกาสตามรอยไปสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ ที่หลายท่านนั้นน่าจะคุ้นเคยและได้ยินมาบ้าง นั้นคือ เขาช้างเผือก ซึ่งจะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยากจะยกย่องให้เป็นสถานท่องเที่ยวยอดฮิตประจำปีไปเลยที่เดียว  ด้วยเสน่ห์และอะไรหลายๆอย่างมันดึงดูดให้นักท่องธรรมชาตินั้นหลงไหล และอยากจะมาสัมผัสกลิ่นไอของสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง  

 เราเริ่มเดินทางออกจาก กทม. ในคืนวันศุกร์ที่ 2 เวลาประมาณ 5 ทุ่ม โดยจะไปร่วมตัวกันอีกทีที่ปั้ม ปตท แถวนครชัยศรี โดยมีอีกกลุ่มไปรออยู่นั้นแล้ว เมื่อมารวมตัวกันพร้อมแล้วเราก็มานัดแนะเส้นทางเพื่อให้พร้อมในการเดินทาง โดยเรามีสมาชิกร่วมทางทั้งหมด 19 ท่าน เมื่อพร้อมแล้วก็ล้อหมุ่นกันเลยครับ โดยเรากะเวลาว่าจะให้ถึงอุทยานเช้าพอดี....

 

ประมาณสักตีสี่ครึ่งเราก็เดินทางมาถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ แวะซื้อเสบียงอาหารเพิ่มเติมเพื่อให้พร้อมสำหรับทริปนี้  และให้สมาชิกได้ยืดเส้นยืดสายกัน หาอะไรรองท้องกันตามสะดวก  เมื่อสมาชิกพร้อมกันแล้วเราก็เริ่มเดินทางกันต่อเลยจุดหมายต่อไปคือ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  ระหว่างทางก่อนถึงอุทยานทองผาภูมิจะมีจุดชมวิวอยู่ทางซ้ายมือ นักท่องเที่ยวสามารถแวะพักรถและถ่ายรูปชมวิว ณ จุดนี้ได้  ในตอนเช้าตรงจุดนี้จะสวยงามมากๆ 

    

ประมาณ หกโมงครึ่งเราก็มาถึงอุทยาน  เราจะต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อเตรียมเอกสารและเสียค่าทำเนียมต่างๆ การเดินทางขึ้นเขาช้างเผือกนั้นเราจะต้องทำการติดต่อเจ้าหน้าที่  อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิล่วงหน้าก่อนนะครับ เพราะที่นี้จะจำกัดนักท่องเที่ยวเนื่องจากด้านบนพื้นที่กางเต็นท์ค่อนข้างจำกัด และเจ้าหน้าทีจะได้จัดเตรียมลูกหาบรอไว้ให้ ค่าลูกหาบก็จะอยู่ที่ 700 บาท ต่อท่าน ลูกหาบเขาจะรอเราด้านบนและจะลงมาตอนเช้าพร้อมกันกับเราเลย    



เมื่อเราติดต่อเจ้าหน้าทีเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องขับรถออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยังจุดเดินเท้า  จุดเดินเท้านั้นเราจะเริ่มจากหมู่บ้านอีต่อง  ระยะทางจากจุดเริ่มต้นการเดินเท้าถึงจุดกางเต็นท์บนเขาช้างเผือกนั้นจะอยู่ในช่วงประมาณ 7-8 กิโลเมตร เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นป่าโปร่งสลับทุ่งหญ้า มีต้นไม้ใหญ่ให้บังแดดน้อยมากๆ  กลางวันอากาศค่อนข้างร้อนเลยที่เดียว ทำให้อ่อนเพลียได้ง่ายในช่วงเวลาการเดิน ฉนั้นน้ำดื่มต้องเตรียมไปให้พร้อม ในเวลากลางคืนโดยส่วนใหญ่จะหนาว แต่ในวันที่ไปนั้นอากาศถือว่าไม่หนาวเลย ลมก็ไม่แรงอย่างที่คาดการณ์ไว้ คิดว่าคงอีกสักพัก กว่าอากาศจะเริ่มหนาวเย็น  เวลาที่ใช้ในการเดินทางส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วงประมาณ 4-5 ชั่วโมงแล้วแต่จังหวะของแต่ละคน ทริปนี้ผมใช้เวลาไปประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถือว่าเป็นการเดินปกติ ไม่เร็วและไม่ช้าเกินไป ประมาณบ่ายโมงก็เดินถึงจุดกางเต็นท์แล้ว ส่วนจากจุดกางเต็นท์ขึ้นไปยอดดอยสูงสุด 1249 เมตร จะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นทางชัน และเป็นจุดที่ต้องผ่านสันคมมีด ที่ทุกคนมาแล้วต้องพูดถึงว่าสันนี้อยู่ตรงไหน สันนี้ต้องใช้ความระมัดระวังกันสักหน่อยเพราะเป็นทางแคบเล็กๆและชัน ซึ่งถือว่าเป็นการวัดใจอย่างหนึ่ง ผ่านตรงนี้ไปได้ก็ขึ้นยอดเขาได้อย่างสบายครับ...

   

ทุกคนมาถึงจุดกางเต็นท์โดยทิ้งเวลาไม่ห่างกันมากๆ ถือว่าทำเวลากันได้ดีมากๆ พวกเรามาถึงจุดกางเต็นท์นี้ ทางด้านลูกหาบที่นำหน้าเรามาก่อนนั้นก็ทำการจัดเตรียมพื้นที่ พร้อมกางเต็นท์ให้พวกเราเรียบร้อยแล้ว ขึ้นมาถึงก็พักผ่อนกันได้เลย  จริงๆเย็นวันนี้ผมเองอยากจะขึ้นยอดเขาช้างเผือกเลย แต่ดูจากสภาพของสมาชิกแล้ว เหมือนจะยังอ่อนเพลียกันอยู่ เลยออกความเห็นกันว่าเย็นนี้จะไม่ขึ้นยอดเขา ให้ขึ้นตอนเช้าทีเดียวเลย ซึ่งผมว่าก็ดีเหมือนกัน  พักผ่อนกันก่อนพรุ่งนี้จะได้มีแรงเดินกันอย่างเต็มที่ และในช่วงตอนเย็นนักท่องเที่ยวก็ขึ้นไปเยอะด้วยดูแล้วอาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่  ช่วงบ่ายนี้เราจึงพักผ่อนกันตามสบาย      



ช่วงบ่าย 3-4 โมงเย็น พวกเราก็เริ่มจัดเตรียมทำอาหารเย็นกัน  มีเมนูดังนี้  ต้มยำ ยำปลากระป๋อง ผัดผักคะน้า  ไข่เจียว  ไส้กรอกทอด โดยมีเชฟมีมือระดับ 10 ดาวเลยทีเดียว นั่นคือพี่เสก ท่านนัท  โดยมีสาวๆทั้งหลายเป็นลูกมือ และปิดท้ายด้วยพี่หนุน ปลาหมึกต้มเค็ม อร่อยอย่าได้บอกใคร ...ย้ำอย่าได้บอกใคร 55555   อาหารมื้อเย็นนี้เป็นอะไรที่อร่อยมากๆกินไปคุยไป ชมวิวไป ช่างมีความสุขเหลือเกิน.. ผมคงไม่ได้คิดไปเองคนเดียวนะ จริงไหมทุกท่าน อิอิ

    ช่วงค่ำนี้อากาศไม่เย็นเลย ผิดกับที่คาดการณ์ไว้มากๆ ลมก็ไม่แรง พวกเรานั่งคุยนั่งเล่นกันอยู่นาน  เพราะเรามีเมนูมื้อค่ำอีก คือหมูย่าง เนื้อย่าง และปลาหมึกย่าง  ค่ำคืนนี้ช่างยาวไกลจริงๆ ย่างไป ทานไป นั่งดูดาวไป และคืนนี้ดวงดาวนั้นเต็มฟ้าจริงๆ ท้องฟ้าโล่งเห็นดวงดาวระยิบระยับชัดเจน  ผมเลยอดใจไม่ไหว ต้องเดินไปหยิบกล้องพร้อมขาตั้ง และเสียบสายลั่นชัตเตอร์ ค่ำคืนนี้เลยได้มาหลาบใบอยู่ อิอิ... ประมาณห้าทุ่มเราจึงแยกย้ายกันเข้านอน ดึกไปจะไม่ดี เพราะวันพรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเดินขึ้นยอดเขาช้างเผือก.... ฝันดีครับสำหรับคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์..    



ช่วงเช้ามืดประมาณตีห้า ก็มีเสียงจากสวรรค์พร้อมมาเคาะเต็นท์ กบ ๆๆ ตื่นๆ ตีห้าครึ่งแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าเสียงใครเพราะเปิดเต็นท์ออกมาแล้วไม่เจอใครเลย ผมเดินไปคุยกับเจ้าหน้าที เจ้าหน้าทีบอกว่าตอนนี้ยังมืดอยู่แล้วน้ำค้างก็ลง ทางอาจจะลื่นให้รอสว่างกว่านี้อีกสักนิดดีไหม ผมมองไปหาสมาชิกยังไม่มีใครตื่นขึ้นมา ก็เลย OK รออีกสักพักให้พอสว่างหน่อยจะได้ไม่อันตรายเพราะหลายท่านยังไม่เคยมา อาจจะไม่ชำนาญทาง  และไหนๆผมก็ตื่นแล้วก็เลยไปหามุมถ่ายรูปยามเช้าซะหน่อย เดินไปแถวบริเวณห้องน้ำแล้วเดินขึ้นเนินไปหน่อย มุมตรงนี้สวยใช้ได้เลยที่เดียว  ถ่ายไปสักพักก็เริ่มสว่าง พี่เจก็เดินมาตามบอกว่าสมาชิกพร้อมเดินขึ้นแล้ว  เอาละพวกเราถ้าพร้อมกันแล้วก็เดินไปพิชิตยอดเขากันเลย แต่ก่อนจะไปถึงยอดเขานั้นพวกเราจะต้องผ่านสันคมมีดก่อน ซึ่งเป็นจุดที่น่าตื่นเต้นที่สุด และพวกเราที่ขึ้นมาก็สามารถผ่านมาได้ด้วยดีกันทุกคน แต่ดูอาการของหลายคนแล้วก็ดูกลัวๆกันบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสันคมมีดนี้ต้องยอมรับว่าน่ากลัวจริงๆ ต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ  ในระหว่างทางเดินนั้น ผมสังเกตุเห็นสมาชิกทุกท่านดูมีความสุข และสนุกสนานกันมากเลย ผมเชื่อว่าในระยะทาง 7-8 กิโลเมตรที่แสนเหน็ดเหนื่อยเมื่อวานนี้ ทุกคนคงลืมกันไปหมดแล้ว  สมาชิกทุกท่านคงจะรู้คำตอบอยู่ในใจแล้วว่า  เราขึ้นมากันทำไม  ประโยคนี้ผมได้ยินบ่อยมาก  ผมเชื่อว่าเรื่องเล่าต่างๆนาๆจากคนอื่น มันไม่สามารถทำให้เรารู้จักกับสถานที่แห่งนี้ได้ดี  เท่ากับการที่เราได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้เอง ยืนอยู่กับเพื่อนๆ เพื่อนๆที่พร้อมจะเดินทางไปด้วยกัน   ผมเชื่อว่าทุกคนมีความประทับใจ  และยากที่จะลืมเหตุการณ์ดีๆที่เกิดขึ้นกับที่นี่   7-8 กิโลเมตรที่ผ่านมามันคงมีเรื่องเล่ามากมายแน่นอน   มากมายจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้หมดแน่ๆ     

จากจุดกางเต็นท์ถึงยอดเราใช้เวลานานพอสมควร เพราะเดินไปถ่ายรูปไป เก็บเรื่องรวมความประทับใจผ่านภาพถ่าย  แล้วเราก็เดินขึ้นมาถึงด้านบนสุดที่ความสูง 1249 เมตร วิวบนยอดนี้สวยงามมากๆ เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบ 360 องศาเลยที่เดียว  ถ้าอยากรู้ว่าวิว 360 องศาที่บนยอดนี้เป็นยังไง เพื่อนๆก็ลองหาเวลามาสัมผัสกันดูนะครับ....ผมเชื่อว่าเพื่อนจะต้องประทับใจ ไม่มีวันลืม....    



เอาละเราอยู่บนนี้กันนานพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเดินลงกันแล้วละ  เราเดินลงไปถึงจุดกางเต็นท์ กลุ่มอื่นๆเขาก็เดินลงกันแล้วเหลือเพียงกลุ่มเรา กับเพื่อนกลุ่มเล็กอีกหนึ่งกลุ่ม เขาลงกันเร็วมากเลย แต่ไม่เป็นไรพวกเราไม่รีบมากๆ ยังพอมีเวลา  เช้านี้อาหารก็ง่ายๆ มาม่า ขนมปัง กาแฟ  แค่นี้ก็เอาอยู่แล้วสำหรับมื้อเช้า ลงไปถึงด้านล่างค่อยว่ากันใหม่..... 

   ช่วงเดินลงนี้เราเริ่มเดินลงประมาณเก้าโมงเช้า ถึงหมู่บ้านก็ประมาณเที่ยงครึ่ง ใช้เวลาในการเดินลงก็ประมาณ สามชั่วโมงครึ่ง ลงมาถึงทุกคนก็ตรงไปที่ร้านค้าเลย หาอะไรเย็นดื่มกันซะก่อน   ตอนนี้พวกเราอยากอาบน้ำมากๆ พี่นที เจ้าหน้าทีนำทางของเราจึงพาพวกเราไปอาบน้ำที่น้ำตก ผมจำชื่อน้ำตกไม่ได้และ แต่อยู่ระหว่างทางติดถนนเลย ออกจากหมู่บ้านมาสักพักเดียวอยู่ทางด้านซ้ายมือ น้ำเย็นสดชื่นกันเลยที่เดียว แล้วเราก็เข้าไปที่อุทยานเพื่อไปส่งพี่นที  เจ้าหน้าที่นำทางของเรา  ตอนจะกลับเจอเจ้าแจ๋วแหววพวกเราก็เลยถ่ายรูปกับเจ้าแจ๋วแหววกันก่อน แล้วเราก็เดินทางออกจากอุทยาน   แล้วก็มุ่งเข้าสู้ กทม. กันเลย....

    

ความสุข ความสนุก ความประทับใจ และเรื่องราวดีๆต่างๆจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าขาดเพื่อนร่วมทางที่ดี....ผมเชื่ออย่างนั้น..... แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าครับ......

 

 



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • tcfreelance

    ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อนะครับ หน้าฝนก็สวย หน้าหนาวก็งาม

    โพสเมื่อ 31 พ.ค. 56 เวลา 00:40
  • hpalmz

    โห เขาช้างเผือก สถานที่ในฝันเลยยยยย

    โพสเมื่อ 20 พ.ค. 56 เวลา 02:46

ตามรอย...เขาช้างเผือก
โพสต์เมื่อ วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน 2555
เวลา 19:22
เข้าชม 6,972 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/XfDpE6